เทคโนโลยี NFC คืออะไร

See video

สวัสดีครับในบทความนี้แอดมินจะมาพูดคุยถึง เทคโนโลยี NFC ซึ่งในปัจจุบันนี้เพื่อนๆคงจะเคยได้ยินกันมาบ้างแล้ว แต่รู้หรือเปล่าครับ ว่า เจ้าเทคโนโลยีตัวนี้นั้นมันคืออะไร สามารถทำอะไรได้บ้าง ซึ่งในวันนี้แอดมินจะมาบอกเพื่อนๆกันครับ

Image

ซึ่งเทคโนโลยี NFC (ย่อมาจาก Near Field Communication) ซึ่งเทคโนโลยีนี้ก็คือเทคโนโลยีการสื่อสารไร้สายชนิดหนึ่ง ที่คล้ายกับการเชื่อมต่อแบบบลูทูธ แต่มีประสิทธิภาพที่ดีกว่า และทางฝ่ายนักพัฒนาทั่วไปนั้นเชื่อกันว่า เทคโนโลยีนี้จะกลายมาเป็นการสื่อสารไร้สายที่ได้รับความนิยมมากขึ้นในไม่ช้านี้

ที่กล่าวว่า NFC นั้นมีประสิทธิภาพมากกว่าบลูทูธนั้นก็เพราะว่า ถึงแม้ว่าบลูทูธนั้นจะสามารถทำการสื่อสารกันในระยะกว้างได้ แต่เพราะข้อนี้จึงทำให้ง่ายต่อการโดนเจาะระบบ และมีความปลอดภัยต่ำ โดยเฉพาะการเชื่อมต่อเพื่อรับส่งข้อมูลต่างๆระหว่างเครื่องต่อเครื่อง ซึ่งถ้าเทียบกับทาง NFC นั้นถึงแม้ว่าจะมีข้อจำกัดที่ระยะสั้นกว่าและแคบกว่าของทางบลูทูธนั้น แต่ก็มีจุดเด่นด้านความปลอดภัย เพราะว่าผู้ใช้งานนั้นจะต้องนำโทรศัพท์มือถือหรืออุปกรณ์ต่างๆนั้นมาไว้ในระยะสัมผัสได้เสียก่อน จึงจะสามารถเชื่อมต่อกันได้ และยังมีการเชื่อมต่อที่ง่านดาย สะดวกรวดเร็วมากกว่าบลูทูธอีกด้วยครับ

Image

โดยเทคโนโลยี NFC นี้ได้ถูกพัฒนาขึ้นมาเมื่อปี 2006 ซึ่งในขณะที่พัฒนาอยู่นั้นได้ถูกหลายฝ่ายนั้นมองว่าเป็นเทคโนโลยีที่มีข้อจำกัดมากมาย และใช้ไม่สะดวก ทั้งๆที่เป็นเทคโนโลยีที่ถูกพัฒนามาหลังจากบลูทูธ จึงทำให้ไม่ได้รับความนิยมเท่าที่ควร แต่แล้วทางบริษัท NTT Docomo นั้นเห็นประโยชน์จากเทคโนโลยีนี้ จึงได้มีการทดสอบและพัฒนาเพื่อทำให้เกิดประโยชน์สูงสุดในการใช้งานอย่างยอดเยี่ยม ซึ่งผู้ใช้งานโทรศัพท์มือถือที่มีเทคโนโลยี NFC นั้นสามารถทำการ จ่ายเงิน และทำธุรกรรมการเงินต่างๆได้ ผ่านการสัมผัสที่จุดบริการได้อย่างสะดวก ปลอดภัย และรวดเร็ว

ซึ่งเป็นเหมือนการจุดประกายให้ทางค่ายโทรศัพท์มือถือยักษ์ใหญ่ต่างๆได้เห็นว่า เทคโนโลยี NFC ที่ถูกครหาว่าไม่มีประโยชน์นั้นในปัจจุบันนั้นได้กลับมาพีคอีกครั้งหนึ่ง โดยในปัจจุบันนั้นมีค่ายโทรศัพท์มือถือยักษ์ใหญ่หลายแห่งนำเทคโนโลยีนี้มาใช้แล้ว และล่าสุดนั้น ทาง Apple ก็ได้นำเทคโนโลยีนี้มาใช้ในสมาร์ทโฟนรุ่นใหม่อย่าง iPhone 5 อีกด้วยครับ

 

สำหรับผู้ที่ต้องการนำข่าวไปเผยแพร่บนเว็บไซต์ส่วนตัว หรือหน่วยงานของท่าน
  กรุณาก็อปปี้โค้ดข้างล่างนี้ เพื่ออ้างอิงแหล่งข่าวด้วยครับ ขอบคุณครับ:

สำหรับท่านไหนที่มี Facebook และนำข่าวสารไปแบ่งปันเพื่อนๆ เพียงกดปุ่มนี้ครับ